การลดต้นทุน
การเซาะร่องดอกควบคู่ไปกับการหล่อดอกยางส่งผลที่เด่นชัดเรื่องการประหยัดต้นทุนตลอดช่วงชีวิตการใช้งานของยาง สถานการณ์ต่อไปนี้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ดีอย่างมากในเรื่องต้นทุนต่อกิโลเมตร เมื่อปรับใช้โปรแกรมบริหารการใช้ยางได้ครบถ้วน ภายใต้การดำเนินธุรกิจขนส่ง
- ใช้ยางใหม่
- ใช้ยางใหม่+
เซาะร่องดอกยาง - ใช้ยางใหม่+
เซาะร่องดอกยาง+
หล่อดอก 1 ครั้ง - ใช้ยางใหม่+
เซาะร่องดอกยาง
+ หล่อดอก 2 ครั้ง - ใช้ยางใหม่+
หล่อดอก 2 ครั้ง
แบบที่ 2 : เซาะร่องดอกยาง 1 ครั้ง หล่อดอกยาง 1 ครั้ง
ประเภทการใช้งานที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง: ยางเรเดียลมิชลิน 1 เส้น คิดเป็นต้นทุนราว 12,500 บาท สามารถให้ผลผลิตในการใช้งาน 200,000 กิโลเมตร โดยประมาณ และหากนำไปเซาะร่องโดยมิชลิน ซึ่งต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 625 บาท จะสามารถเพิ่มผลผลิตในการใช้งานอีกราว 50,000 กิโลเมตร ซึ่งทั้งหมดคิดเป็นต้นทุนรวมราว 13,125 บาท กับผลผลิตรวมในการใช้งาน 250,000 กิโลเมตร โดยประมาณ
โดยเฉลี่ยแล้วต้นทุนต่อผลผลิตในการใช้งาน 1,000 กิโลเมตร มีค่าราว 52.5 บาทซึ่งประหยัดกว่าการใช้งานใหม่เพียงชีวิตเดียวที่มีต้นทุนราว 62.5 บาท หรือ 16% โดยประมาณ
แบบที่ 3 : เซาะร่องดอกยาง 1 ครั้ง หล่อดอกยาง 2 ครั้ง
ประเภทการใช้งานที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง: ยางเรเดียลมิชลิน 1 เส้น คิดเป็นต้นทุนราว 12,500 บาท สามารถให้ผลผลิตในการใช้งาน 200,000 กิโลเมตร โดยประมาณ และหากมีการใช้งานชีวิตที่สองคือการเซาะร่องโดยมิชลินซึ่งต้นทุนอยู่ราว 625 บาท และชีวิตที่สามคือการหล่อยางโดยมิชลินรีเทรดซึ่งต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท จะสามารถเพิ่มผลผลิตในการใช้งานอีกราว 230,000 กิโลเมตร ซึ่งทั้งหมดคิดเป็นต้นทุนรวมราว 18,125 บาท กับผลผลิตรวมในการใช้งาน 430,000 กิโลเมตร โดยประมาณ
โดยเฉลี่ยแล้วต้นทุนต่อผลผลิตในการใช้งาน 1,000 กิโลเมตร มีค่าราว 42.15 บาทซึ่งประหยัดกว่าการใช้งานใหม่เพียงชีวิตเดียวที่มีต้นทุนราว 62.5 บาท หรือ 32% โดยประมาณ
แบบที่ 4 : เซาะร่องดอกยาง 2 ครั้ง หล่อดอก 1 ครั้ง
ประเภทการใช้งานที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง: ยางเรเดียลมิชลิน 1 เส้น คิดเป็นต้นทุนราว 12,500 บาท สามารถให้ผลผลิตในการใช้งาน 200,000 กิโลเมตร โดยประมาณ และหากมีการใช้งานชีวิตที่สองคือการเซาะร่องโดยมิชลินซึ่งต้นทุนอยู่ราว 625 บาท และชีวิตที่สามและสี่คือการหล่อยางโดยมิชลินรีเทรดซึ่งต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท จะสามารถเพิ่มผลผลิตในการใช้งานอีกราว 410,000 กิโลเมตร ซึ่งทั้งหมดคิดเป็นต้นทุนรวมราว 23,125 บาท กับผลผลิตรวมในการใช้งาน 610,000 กิโลเมตร โดยประมาณ
โดยเฉลี่ยแล้วต้นทุนต่อผลผลิตในการใช้งาน 1,000 กิโลเมตร มีค่าราว 37.9 บาทซึ่งประหยัดกว่าการใช้งานใหม่เพียงชีวิตเดียวที่มีต้นทุนราว 62.5 บาท หรือ 40% โดยประมาณ
แบบที่ 5 : หล่อดอกยาง 2 ครั้ง
ประเภทการใช้งานที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง: ถ้าคุณจ่ายค่ายางใหม่เส้นละ 12,500 บาท และยางสามารถวิ่งได้ 200,000 กิโลเมตร และจ่ายค่าบริการหล่อดอก 2 ครั้ง ในราคา 8,600 บาท ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเงิน 21,100 บาท สำหรับระยะทางวิ่งประมาณ 560,000 กิโลเมตร ดังนั้นค่ายางของคุณต่อเส้นต่อ 1,000 กิโลเมตร เท่ากับ 37.67 บาท
คุณจะประหยัดเงินไปได้ 40 % เมื่อเทียบกับแบบที่ 1
Hotline: 