ความดันลมยางที่ถูกต้อง
การใช้ความดันลมยางที่ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานของยางท่าน จะเพิ่มต้นทุนและก่อให้เกิดอันตราย การใช้ลมยางที่ไม่เหมาะสม จะมีผลต่ออายุการใช้งานของยาง ความนุ่มนวลขณะขับขี่ แรงตะกุยที่ดี และการหยุดเบรก
ความดันลมยางที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้โครงยางมีการยุบตัวมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ยางเกิดความร้อนสูงขึ้น แรงต้านทานการหมุนของยางเพิ่มขึ้น และเกิดการสึกหรอก่อนเวลา ในกรณีรุนแรงจะทำให้โครงยางเสียหายได้
ในทำนองเดียวกัน ความดันลมยางที่สูงกว่ามาตรฐาน ส่งผลต่ออายุการใช้งาน และยังทำให้การยึดเกาะถนนลดลง รวมทั้งการสึกที่ผิดปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเพลาขับ
มิชลินได้ทำการสำรวจความดันลมยางในสภาพการใช้งานจริง พบว่า แนวโน้ม 2 สิ่งที่มีนัยสำคัญ คือ มีการใช้ความดันลมยางต่ำกว่ามาตรฐานที่เพลาหน้า และการใช้ความดันลมยางที่สูงกว่ามาตรฐานที่เพลาขับ
การสูบลมยางแบบใช้คอก
ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต
คอกควรตั้งอยู่ในพื้นที่ประกอบใส่ยางและไม่มีสิ่งกีดขวาง
การเติมลมยางแบบไม่มีคอกลม
แบ่งการสูบลมยางเป็น 2 ขั้นตอน
• ขั้นที่ 1:
- สูบลมยางจนได้ความดันลมยาง 22 psi หรือ 1.5bar
- ตรวจสภาพทั่วไปของยางและกระทะล้อ.ในขั้นตอนนี้หากยางที่ใช้อยู่มีการบวมหรือผิดรูป ควรส่งตรวจสอบโดยช่างผู้ชำนาญ
การชั่งน้ำหนักเพลาขณะบรรทุกสูงสุดเป็นวิธีการที่สามารถแนะนำอัตราลมที่เหมาะสมได้ดีที่สุด
ข้อควรคำนึง:
ยางที่ถูกใช้งานในสภาวะความดันลมยางต่ำกว่ามาตรฐาน หากต้องใช้งานอีกครั้ง จะต้องทำการตรวจสอบด้านในของท้องยางจากผู้เชี่ยวชาญก่อนนำกลับไปใช้อีกครั้ง
คำเตือน:
- การให้บริการเกี่ยวกับยางหรือวงล้ออาจมีอันตราย จะต้องปฏิบัติโดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วเท่านั้น โดยใช้เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสม การละเลยไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่ให้ไว้ทั้งหมดอาจมีผลให้คุณหรือผู้อื่นต้องบาดเจ็บร้ายแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิต การเติมลมกลับไปในยางที่ผ่านการวิ่งโดยปราศจากลมหรือลมอ่อน (80 เปอร์เซ็นต์ หรือน้อยกว่ากำหนด) อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บร้ายแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิต ยางเส้นนั้นอาจเสียหายภายในและระเบิดออกมาระหว่างที่คุณกำลังเติมลมอยู่ ชิ้นส่วนของวงล้อที่สึกหรอ ชำรุดหรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องจะสามารถระเบิดแยกกระจายตัวออกมาได้ ยางที่วิ่งโดยปราศจากลมมาก่อนจะต้องตรวจสอบด้านในของยางให้ถี่ถ้วนก่อนนำกลับไปใช้งานอีก
ความดันลมยาง
ความดันลมยางของรถบรรทุกต้องถูกปรับตามสภาพการบรรทุก น้ำหนัก ความเร็ว และเงื่อนไขการใช้งาน การสูบลมยางที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัด เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แน่ใจว่ารถจะมีความปลอดภัยขณะขับขี่
การกำหนดความดันลมยาง
การชั่งน้ำหนักในแต่ละเพลาขณะรถมีน้ำหนักบรรทุกสูงสุด ในขณะเดียวกัน ท่านควรใช้ความดันลมยางพื้นฐานในตารางข้อมูลจำเพาะของยางรถบรรทุกและรถโดยสาร
- ความดันลมยางที่สูงกว่ามาตรฐานส่งผลเสียต่อความนุ่มนวล การยึดเกาะถนน และอายุการใช้งาน
- ความดันลมยางที่ต่ำกว่ามาตรฐานก่อให้เกิดความร้อนที่สูงผิดปกติของยาง ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพภายในโครงยาง และอาจเป็นสาเหตุให้ยางเสียหายจากการแตกปะทุอย่างฉับพลัน
ความต่อเนื่องของการวิ่งใช้งานยางภายใต้ภาวะลมอ่อน อาจไม่ส่งผลให้เห็นทันที และอาจปรกฏให้เห็นหลังจากที่ได้ปรับลมยางที่ถูกต้องแล้วก็ตาม ควรตรวจวัดความดันลมยางเมื่อยางเย็น อย่างน้อยทุกๆ 2 สัปดาห์ หรือเมื่อรถเข้ารับการบำรุงรักษา การใช้เครื่องมือวัดที่ปรับเทียบค่าให้ถูกต้องได้มาตรฐานเป็นส่วนทำให้ค่าความดันลมยางแม่นยำเมื่อใช้รถในที่ๆ มีอากาศหนาวมากๆ ควรปรึกษามิชลิน หรือศึกษาจากคู่มือการบริการยางรถบรรทุกและรถโดยสาร เพื่อการปรับความดันลมยางได้ถูกต้อง นอกเหนือจากนั้น ระดับความสูงของภูมิประเทศก็มีผลเล็กน้อยต่อความดันลมในยาง ที่ความสูงทุกๆ 300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ความดันลมในยางจะเพิ่มราว 0.5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (psi)
ข้อควรจำ:
- อย่าลืมตรวจวัดและเติมลมยางชุดยางอะไหล่
- ห้ามปล่อยลมยางขณะยางร้อนภายหลังการวิ่ง
คำเตือน:
- ยางบรรจุลมที่ติดตั้งบนวงล้อเรียบร้อยแล้ว จะมีพลังมหาศาลที่พร้อมจะระเบิดอยู่ภายใน การใช้วงล้อที่ชำรุด ไม่ใช่ชุดเดียวกัน หรือการประกอบใส่ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ชุดล้อที่ประกอบไว้แล้วระเบิดแยกจากกันด้วยความรุนแรง ถ้าหากคุณอยู่ใกล้กับยาง หรือชิ้นส่วนของวงล้อ หรือแรงลมจากการระเบิด คุณอาจบาดเจ็บขั้นร้ายแรง หรือถึงแก่ชีวิตได้
ความดันลมยาง
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษายางรถยนต์ได้แก่การใช้อัตราลมที่ถูกต้อง ไม่มียางหรือยางในเส้นใดที่จะเก็บลมไว้ได้อย่างถาวร เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่างๆ ที่จะเกิดจากภาวะลมอ่อน ลมยางที่สูญเสียไปจะต้องถูกเติมกลับโดยเร็ว เพราะความดันลมยางมีผลกระทบโดยตรงกับสมรรถนะของยาง ทั้งกับอายุของหน้ายางและความทนทาน ดังจะแสดงไว้ในแผนภูมิต่อไปนี้
ผลกระทบด้านต้นทุน
Warning:
- Driving on any tyre that does not have the correct inflation pressure is dangerous and will cause tyre damage. Any under inflated tyre builds up excessive heat that may result in sudden tyre destruction. Pressures which are too high can lead to more rapid and uneven wear as well as being more vulnerable to road hazard damage. Consult a Michlein tyre dealer or Technical Data Book for the proper inflation pressures for your application.
Hotline: 