ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ยางรถบรรทุกและรถโดยสารมิชลิน
ยางมิชลินชนิดไม่ใช้ยางในกับชนิดใช้ยางใน

ความดันลมยางที่ถูกต้อง

ลมยางที่ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐาน

การใช้ความดันลมยางที่ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานของยางท่าน จะเพิ่มต้นทุนและก่อให้เกิดอันตราย การใช้ลมยางที่ไม่เหมาะสม จะมีผลต่ออายุการใช้งานของยาง ความนุ่มนวลขณะขับขี่ แรงตะกุยที่ดี และการหยุดเบรก

ความดันลมยางที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้โครงยางมีการยุบตัวมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ยางเกิดความร้อนสูงขึ้น แรงต้านทานการหมุนของยางเพิ่มขึ้น และเกิดการสึกหรอก่อนเวลา ในกรณีรุนแรงจะทำให้โครงยางเสียหายได้

ในทำนองเดียวกัน ความดันลมยางที่สูงกว่ามาตรฐาน ส่งผลต่ออายุการใช้งาน และยังทำให้การยึดเกาะถนนลดลง รวมทั้งการสึกที่ผิดปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเพลาขับ

มิชลินได้ทำการสำรวจความดันลมยางในสภาพการใช้งานจริง พบว่า แนวโน้ม 2 สิ่งที่มีนัยสำคัญ คือ มีการใช้ความดันลมยางต่ำกว่ามาตรฐานที่เพลาหน้า และการใช้ความดันลมยางที่สูงกว่ามาตรฐานที่เพลาขับ

จะรู้ได้อย่างไรว่าความดันลมยางที่เหมาะสมที่สุดควรเติมที่เท่าใด ?

- การเติมความดันลมยางเพื่อให้ได้ระดับที่เหมาะสมนั้นต้องคำนึงถึง น้ำหนัก ความเร็ว และสภาพการใช้งานของรถคันนั้น การเลือกเติมลมยางได้เหมาะสม จะทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

- เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในการพิจารณาการเลือกใช้ความดันลมยางจากตารางแนะนำการใช้ความดันลมยางมิชลินนั้น จะต้องชั่งน้ำหนักตกแต่ละเพลาของรถในขณะที่บรรทุกด้วย

- การเติมหรือการวัดความดันลมยางควรทำขณะที่ยางเย็น และอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้วัดต้องมีความแม่นยำได้มาตรฐาน รวมถึงปฎิบัติตามคำแนะนำการใช้งานที่ผู้ผลิตเครื่องมือนั้นๆแนะนำ

- ฝาครอบวาล์วนั้นมีไว้เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปิดอย่างแน่นหนา และยังเป็นการปกป้องส่วนภายในของก้านวาล์วอีกด้วย ก้านต่อก้านวาล์วควรปรับใช้งานให้เหมาะสม และอาจจำเป็นสำหรับการตรวจวัดความดันลมยางในตำแหน่งล้อคู่

   

 
image1

คำเตือน : การชั่งน้ำหนักรถบรรทุกหรือรถโดยสารแต่ละเพลาขณะบรรทุกคือวิธีเดียวที่จะระบุถึงความดันลมยางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับยางของท่าน

คำเตือน : การเลือกใช้ยางที่ไม่ถูกต้อง การถอด-ใส่ยางที่ผิดวิธี การใช้งานยางและการบำรุงรักษายางที่ไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรืออันตรายถึงแก่ชีวิต ดังนั้นเพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยของท่าน โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำในการเลือกใช้ยาง การถอด-ใส่ยาง การใช้งานยางและการบำรุงรักษายางที่กำหนดไว้ในคู่มือการเลือกใช้ยางและการบำรุงรักษายางรถบรรทุกและรถบัส MICHELIN Truck and Bus Tyre Service Manual (Asia Pacific Edition) ซึ่งท่านสามารถขอรับได้จากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายยางของมิชลิน หากท่านมีข้อสงสัยประการใดโปรดปรึกษาร้านค้าตัวแทนมิชลินที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

 
 

คำเตือน: ยางบรรจุลมที่ติดตั้งบนวงล้อเรียบร้อยแล้วจะมีพลังมหาศาลที่พร้อมจะระเบิดอยู่ภายใน การใช้วงล้อที่ชำรุด ไม่ใช่ชุดเดียวกันหรือการประกอบใส่ที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ชุดล้อที่ประกอบไว้แล้วระเบิดแยกจากกันด้วยความรุนแรง ถ้าหากคุณอยู่ใกล้ยาง หรือชิ้นส่วนของวงล้อ แรงลมจากการระเบิด อาจทำให้คุณบาดเจ็บขั้นร้ายแรงหรือถึงแก่ชีวิตได้

ความดันลมยาง

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษายางรถยนต์ได้แก่การใช้อัตราลมที่ถูกต้อง ไม่มียางหรือยางในเส้นใดที่จะเก็บลมไว้ได้อย่างถาวร เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่างๆ ที่จะเกิดจากภาวะลมอ่อน ลมยางที่สูญเสียไปจะต้องถูกเติมกลับโดยเร็ว เพราะความดันลมยางมีผลกระทบโดยตรงกับสมรรถนะของยาง ทั้งกับอายุของหน้ายางและความทนทาน ดังจะแสดงไว้ในแผนภูมิต่อไปนี้

Effect-of-life-1_th

Effect-of-life-2_th

ผลกระทบด้านต้นทุน

Influence-on-cost

Warning:

  • Driving on any tyre that does not have the correct inflation pressure is dangerous and will cause tyre damage. Any under inflated tyre builds up excessive heat that may result in sudden tyre destruction. Pressures which are too high can lead to more rapid and uneven wear as well as being more vulnerable to road hazard damage. Consult a Michlein tyre dealer or Technical Data Book for the proper inflation pressures for your application.

คำแนะนำการเติมลมยางอย่างปลอดภัย

1.เติมลมยางในคอกเติมลมนิรภัยเสมอ
2.เอาไส้ไก่ออกก่อนเติมลมยางเสมอ
3.ห้ามอยู่ในบริเวณวิถีการระเบิด ขณะเติมความดันลมยาง
4.สวมรองเท้า และแว่นตานิรภัยเสมอ ขณะถอดหรือประกอบยาง
5.ความดันลมยางต้องไม่เกินขีดความสามารถในการรับความดันได้ของกระทะล้อ
6.มือ และ เท้า จะต้องไม่ไปอยู่ในคอกเติมลมยาง
7.หยุดเติมความดันลมยางทันที หากได้ยินเสียงประหลาด หรือเสียงที่บ่งบอกถึงการฉีกขาดในส่วนใดๆ ของยาง

 
 
หลังจากที่เอาไส้ไก่ออกไปแล้ว เติมความดันลมยางเข้าไปเล็กน้อยขณะที่ยางอยู่ในแนวราบกับพื้น เพื่อให้ขอบยางนั่งบนขอบกระทะล้อ
เพื่อให้ขอบยางขยับเข้าไปใกล้ขอบกระทะล้อ เติมความดันลมยางขณะที่ยางอยู่ในแนวราบ เล็กน้อยไม่เกิน 5 พีเอสไอ หรือ 0.34 บาร์
กลิ้งยางเข้าไปในคอกเติมลมยางที่ได้มาตรฐาน เพื่อเติมความดันลมยางมากขึ้นให้ได้ที่ระดับ 20 psi หรือ 1.38 บาร์ สังเกตุเสียงแปลกปลอม ขณะเติมความดันลมยางด้วย
เมื่อเติมลมยางเข้าไปอยู่ในระดับ 20 psi หรือ 1.38 บาร์ ตรวจสอบแก้มยางว่าเกิดริ้วคลื่นขึ้นหรือไม่
เสียงแปลกปลอมและริ้วคลื่นที่เกิดขึ้นบนยางบ่งบอกว่าอาจเกิดความเสียหายได้ และไม่ควรยืนอยู่ใกล้ยางเกินไปขณะเติมลมเนื่องจากอาจเกิดอันตรายได้
เมื่อเติมความดันลมยางถึงในระดับที่เหมาะสมแล้ว ใส่ใส้ไก่ชิ้นใหม่เข้าไปแล้วปิดฝสครอบวาล์ว

ข้อควรคำนึง:
ยางที่ถูกใช้งานในสภาวะความดันลมยางต่ำกว่ามาตรฐาน หากต้องใช้งานอีกครั้ง จะต้องทำการตรวจสอบด้านในของท้องยางจากผู้เชี่ยวชาญก่อนนำกลับไปใช้อีกครั้ง

คำเตือน:

  • การให้บริการเกี่ยวกับยางหรือวงล้ออาจมีอันตราย จะต้องปฏิบัติโดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วเท่านั้น โดยใช้เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสม การละเลยไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่ให้ไว้ทั้งหมดอาจมีผลให้คุณหรือผู้อื่นต้องบาดเจ็บร้ายแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิต การเติมลมกลับไปในยางที่ผ่านการวิ่งโดยปราศจากลมหรือลมอ่อน (80 เปอร์เซ็นต์ หรือน้อยกว่ากำหนด) อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บร้ายแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิต ยางเส้นนั้นอาจเสียหายภายในและระเบิดออกมาระหว่างที่คุณกำลังเติมลมอยู่ ชิ้นส่วนของวงล้อที่สึกหรอ ชำรุดหรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องจะสามารถระเบิดแยกกระจายตัวออกมาได้ ยางที่วิ่งโดยปราศจากลมมาก่อนจะต้องตรวจสอบด้านในของยางให้ถี่ถ้วนก่อนนำกลับไปใช้งานอีก
 Hotline: 0-2793-6900
© 2009 - 2014 Michelin Photos Copyright: Michelin
คำตอบของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับและจะไม่ถูกนำไปเผยแพร่ต่อ
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ร่วมตอบแบบสอบถามกับเรา พร้อมรับฟรีจุกปิดวาล์วลมยาง (Michelin Valve Cap) สำหรับทุกๆ แบบสอบถาม ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2553 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

การร่วมทำแบบสอบถามนี้จะช่วยให้มิชลินสามารถพัฒนาเว็บไซต์ให้ตรงกับความต้องการของคุณได้ดียิ่งขึ้น แบบสอบถามนี้ใช้เวลาในการทำ 2-3 นาที

จุกปิดวาล์วลมยางมิชลิน
จุกปิดวาล์วลมยางมิชลิน